กลุ่มบริษัทซีดีจี ก่อตั้ง “มูลนิธิภูมิปัญญาเพื่อสังคม” ดันมูลนิธิฯ ดำเนินงานอิสระจากซีดีจี เปิดกว้างรับผู้สนับสนุนแนวคิดส่งเสริมสถานศึกษาทุกระดับด้านโค้ดดิ้งและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ บุกเบิกโครงการแรก “Code Seeder สร้างครูพันธุ์ใหม่ ปลูกฝันเด็กไทยสู่อนาคต” รับเทรนด์อาชีพด้าน STEM มาแรงเป็นที่ต้องการทั่วโลก ในขณะที่ประเทศไทยไม่มีบุคลากรมากพอกับตำแหน่งงานที่เพิ่มขึ้น ตอบเพนพ้อยท์ครูส่วนใหญ่ ขาดความรู้ ทักษะ และกระบวนการถ่ายทอดความรู้ Coding ไปสู่ผู้เรียน เพื่อครูนำไปใช้สอนในวิชา Computing Science ในระดับประถมศึกษาปีที่ 4 และระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 หวังพัฒนาครูผู้ถ่ายทอดหลักสูตร Coding ที่ได้มาตรฐานสากล อุดช่องโหว่ผู้สอนขาดคุณภาพ หวังปลูกฝันเด็กไทยสู่อนาคต เสริมแกร่งทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยเริ่มเปิดรับสมัครครูทั่วประเทศมีนา 67 ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ
นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัทซีดีจี เปิดเผยว่า “มูลนิธิภูมิปัญญาเพื่อสังคม” หรือ Wisdom for Society Foundation จัดตั้งเพื่อส่งเสริมสนับสนุนโรงเรียนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา ด้านการเขียนโปรแกรมและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ สู่การสร้างบุคลากรคุณภาพด้านการเขียนโปรแกรม ตลอดจนสนับสนุนการศึกษา ค้นคว้า วิจัย พัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ ทางมูลนิธิฯ ยังยินดีร่วมมือกับองค์กรการกุศลอื่น ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ ทางด้านการศึกษาของประเทศ เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและประเทศไทยสูงสุด โดยมุ่งหวังให้มูลนิธิฯ สามารถดำเนินงานได้อย่างอิสระและเปิดกว้างรับการสนับสนุนหลากหลายรูปแบบจากองค์กร หน่วยงาน หรือผู้ที่มีแนวคิดเดียวกันในการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ให้วงการศึกษาของประเทศ

“เพื่อขับเคลื่อนแนวคิดของมูลนิธิภูมิปัญญาเพื่อสังคมให้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ มูลนิธิฯ จึงได้เริ่มต้นโครงการ “Code Seeder สร้างครูพันธุ์ใหม่ ปลูกฝันเด็กไทยสู่อนาคต” เป็นโครงการแรกของมูลนิธิฯ ซึ่งมีที่มาจากความต้องการของกลุ่มอาชีพสาย STEM หรือด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ จะเป็นที่ต้องการมากขึ้นในตลาดแรงงานทั่วโลกทั้งในปัจจุบันและในอนาคต สวนกระแสกับบุคลากรที่มีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในประเทศไทยที่ไม่มีบุคลากรมากพอที่จะรองรับกับตำแหน่งงานที่จะเพิ่มขึ้น การเปิดสอนด้านโค้ดดิ้ง (Coding) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตรสำคัญของการเรียนด้าน STEM ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงมีความสำคัญมากขึ้น เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการคำนวณ การวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางกลับกันพบว่า ผู้เรียนยังขาดความเข้าใจที่จะนำไปลงมือทำ หรือนำไปประกอบอาชีพได้จริง” นายนาถกล่าว