จุดประสงค์ของ
มูลนิธิภูมิปัญญาเพื่อสังคม

การคิดเชิงคำนวณและการคิดเชิงตรรกะ
เป็นพื้นฐานความรู้ที่สำคัญ

          เวลาผ่านไปเพียงไม่ถึง 20 ปี อาชีพที่มาแรง ก้าวหน้าไว มั่นคง และเป็นที่ต้องการ กลับไม่ใช่อาชีพแพทย์ พยาบาล วิศวกร หรือนักการบัญชีอีกต่อไป หากแต่เป็นอาชีพหลากหลายที่จำเป็นต้องมีทักษะด้านกระบวนการคิดเชิงคำนวณ (Computational Thinking) และการคิดเชิงตรรกะ (Logical Thinking) ซึ่งเป็นทักษะจำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 ยุคดิจิตอลที่มีความ ก้าวหน้าทางด้านการพัฒนาของเทคโนโลยีอย่างก้าวกระโดดจากกระแสเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก (Technology Disruption) ที่ส่งผลต่อวิถีชีวิต และพฤติกรรมของผู้คนทั่วโลก

          อาชีพใหม่ๆที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนเริ่มเกิดขึ้นมามากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็น นักออกแบบประสบการณ์ผู้ใช้ (User Experience Designer) วิศวกรเสียง (Sound Engineer) วิศวกรสร้างเกมส์ (Video Game Engineer) หรือการเป็นเจ้าของธุรกิจ Startups ที่ต้องประยุกต์ใช้ความรู้เหล่านี้ ร่วมกับทักษะหลากหลายแขนงเข้าด้วยกันเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนา และการแข่งขันของโลกในยุคดิจิทัลที่เติบโตอย่างรวดเร็ว จะเห็นได้จากการที่ระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) ระบบควบคุมอัตโนมัติ (Automation System) ระบบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (eCommerce) และระบบคลาวด์ (Cloud Computing) เข้ามามีบทบาททำให้งานต่างๆ ในยุคปัจจุบันนั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และแม่นยำในเวลาอันสั้นมากยิ่งขึ้น สิ่งเหล่านี้จึงทำให้เห็นว่าสายอาชีพที่ต้องการทักษะด้านนี้จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ

The Coding Skills Gap

          ปัจจัยหนึ่งในการพัฒนาประเทศคือบุคคลากรที่มีทักษะด้านการเขียนโปรแกรม  (Coding)  แต่เป็นที่น่าเสียดายที่ประเทศไทยยังขาดบุคคลากรคุณภาพที่สามารถต่อยอดนวัตกรรมตรงข้ามเพิ่มขึ้น     เนื่องจากในแต่ละปีที่ผ่านมามีบัณฑิตจบใหม่มากมาย แต่ส่วนใหญ่ทำงานไม่ตรงสาย เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในโลกจะเห็นได้ว่าประเทศไทยกำลังขาดโอกาสในการแข่งขันเป็นอย่างมาก โดยปัจจัยที่เป็นปัญหาหลักนั้นได้แก่ ระดับวุฒิการศึกษาไม่สอดคล้องกับระดับทักษะของงาน (Qualification mismatch) สาขาการศึกษาไม่สอดคล้องกับสาขางานที่ทำ (Field of education to occupation mismatch) และทักษะแรงงานที่มีไม่สอดคล้องกับทักษะของงาน (Skills gap) นอกจากนี้เมื่อมาสำรวจหลักสูตรการเรียนการสอนของประเทศถึงแม้จะมีการบรรจุวิชาเรียนการคิดเชิงคำนวน (Computational thinking)  เป็นภาคบังคับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 แต่ยังขาดกลไกที่จะทำให้หลักสูตรมีความทันสมัยตามทันโลก รวมไปถึงระบบที่จะรับประกันคุณภาพครูที่ดีมีความพร้อมในการถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่นักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นความ พร้อมของสื่อการเรียนการสอน เครือข่ายคุณครูเพื่อแบ่งปันข้อมูลความรู้ หลักการและนโยบายส่งเสริมการศึกษาด้านที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลในประเทศ และการปรับให้หลักสูตรมาตรฐานตรงตามมาตรฐานสากลเช่น PISA และ O-NET ซึ่งหากไม่ร่วมกันเร่งดำเนินการพัฒนาการบุคคลากรในประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนและเยาวชนอาจทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสด้านเศรษฐกิจในระยะยาว

Elevating Computing Science in Thailand's Educational System

           มูลนิธิภูมิปัญญาเพื่อสังคมมีความตั้งใจที่จะพัฒนาการศึกษาด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่  ด้านนวัตกรรม และความรู้ด้านวิทยาการคำนวณ ผ่านกิจกรรมของโครงการต่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่าครูจะสามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับมา ไปต่อยอดและถ่ายทอดวิชาให้แก่เด็กนักเรียนได้ โดยมูลนิธิฯ หวังว่าในอนาคต นักเรียนที่ได้เรียนกับครูที่เข้าร่วมโครงการจะนำทักษะไปใช้แก้ไขปัญหา หรือนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง รวมไปถึงเป็นแรงขับเคลื่อนในการเติบโตทาง เศรษฐกิจ และสร้างผลกระทบที่ดีอย่างยั่งยืนด้วยโครงการ “Code Seeder สร้างครูพันธุ์ใหม่ ปลูกฝันเด็กไทยสู่อนาคต” ด้วยเหตุผลนี้มูลนิธิฯ จึงได้มีพัฒนาหลักสูตรอบรมและจัดทำรูปแบบการสอนที่ได้รับมาตรฐานสากล โดยปรับให้เข้ากับบริบทการศึกษาของประเทศไทย เพื่อให้ครูที่เข้าร่วมโครงการสามารถนำไปใช้สอนในวิชา Computing Science ในระดับช่วงชั้นที่ 2 (ระดับประถมศึกษาปีที่ 4 – 6) และช่วงชั้นที่ 3 (ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 3) ได้ โดยเหตุผลหลักที่มูลนิธิฯต้องการเน้นการเรียนการสอนไปที่ 2 ช่วงชั้นนี้ เพราะได้พบว่าชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 เป็นชั้นประถมปลายชั้นแรกที่นักเรียนมีความพร้อมด้านทักษะที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ภาษาโปรแกรม และมีทักษะภาษาอังกฤษเพียงพอที่จะเข้าใจ แบบเรียนที่มีต้นฉบับมากจากภาษาอังกฤษ ในขณะที่มัธยมศึกษา 1 เป็นชั้นมัธยมต้น ชั้นแรกที่นักเรียนมีความพร้อมดังกล่าว และมีแรงบันดาลใจในการเรียนรู้เพื่อค้นหาตนเองก่อนเลือกแผนการเรียนและสอบแอดมิชชั่นในระดับมัธยมปลาย

อาสาสมัคร ร่วมเป็นพันธมิตร ผู้สนับสนุน